sunitcha
หน้าหลัก | ติดต่อเรา | ผลงานที่ผ่านมา | Download เครื่องมือ | หลักสูตรที่เชี่ยวชาญ | รู้จักโค้ชสุณิชชา | ความภูมิใจ | ประสบการณ์แบ่งปัน | บทความแบ่งปัน
   
Share Experience's Coach Sunitcha
สุณิชชา ประสบการณ์แบ่งปัน “กว่าจะมาเป็น…โค้ชสุณิชชา”
 

เดือนมิถุนายน 2555 เติบโตขึ้นพร้อมความภาคภูมิใจในสายงานวิทยากร ซึ่งเป็นเดือนแรกที่ สามารถทำลายสถิติตัวเองได้ กับการมีงานบรรยายและโค้ชจำนวนเยอะที่สุดคือ 22 วันในเดือนมิถุนายน 2555 ดีใจมากมาย ในรอบ 4 ปีของเส้นทางการเป็นที่ปรึกษาและโค้ชพัฒนาศักยภาพ สามารถพัฒนาจิตใจ ความเชื่อมั่น กระตุ้น ดึงพลังให้ผู้เป็นโค้ชชี่(ผู้รับการอบรม)ได้อย่างมีความสุขกั บการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันด้วยเป้าหมาย … พัฒนาอย่างมีความสุข สนุกเปลี่ยนแปลง แสดงทุกเวที และได้เริ่มต้นทำงานใหม่เพิ่มคือการเขียนหนังสือที่เป็นอีกหนึ่งความฝัน “ พรแสดงจะเกิดขึ้นทุกวัน หากเรามั่นใจว่าเราคือสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ” ไม่มีใครเหมือนเรา และเราก็ไม่เหมือนใคร เป็นการปลูกความคิดใหม่ ใส่โปรแกรมสมองเราว่า … เราทำได้ ! ....ให้เป็นธรรมชาติ

สุณิชชา

เดือนมิถุนายน 2554 เราเดินรอยตามความฝันได้จริงๆ หากเราเชื่อมั่นว่าทำได้ เราก็ทำได้ >>การเดินตามต้นแบบไม่ใช่จดจำแต่ความสำเร็จ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การจดจำกระบวนการที่เขาเดินทางว่า…ทำอะไรบ้าง ทำอย่างไรบ้าง จึงสามารถสำเร็จได้ …หากเราสามารถฝึกฝนได้คล้ายหรือใกล้เคียงนั้น “เราเป็นได้แน่นอน”

เดือนมิถุนายน 2553 เป็นการบรรยาย In-house เดี่ยวครั้งแรก ณ สมาคมสถานภาพสตรี กับหลักสูตรทัศนคติเชิงบวกในการทำงาน ผลตอบรับดีมาก เป็นการบริหารคลาสที่สนุกและมีความสุขที่สุด ทั้งที่ผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่มีอายุ่มากกว่าวิทยากร ส่วนใหญ่ชื่นชอบและเป็นกำลังใจให้อย่างมากมาย

เดือนมิถุนายน 2552 ก้าวขึ้นสู่วิทยากรมือใหม่ กับหลักสูตร เทเล มาร์เก็ตติ้ง สำหรับลูกค้าองค์กร ณ โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สามารถทำได้ในความรู้สึกของเรา ด้วยความตื่นเต้นมากมาย บอกกับตัวเองได้อย่างภูมิใจว่า “เราทำได้” ไม่กังวลกับผลลัพธ์ว่าออกมาเป็นเช่นไร เพราะเป้าหมายเราคือการได้แสดงในบทบาทใหม่

เดือนกันยายน 2551 เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เดินเข้าสู่งานอิสระ ทำงานวางระบบ ทำงานขาย สร้างคน ด้วยการเริ่มต้นจากศูนย์ ทุกอย่างใหม่หมด สนุก และท้าทายสุดๆ ที่สำคัญเราคิดว่าเราชอบมากด้วยกับอิสระการคิด การทำงานแบบนี้ ที่มีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ทุกๆวัน เป็นครูฝึกให้น้องใหม่ในการเป็นเทเลเซลล์ และสร้างระบบงาน เป็นการพิสูจน์ว่าเราเจ๋งจริงหรือไม่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผลจากการทำกิจกรรมมากมาย สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง จากประสบการณ์ ทำให้เรามั่นใจได้ในความสามารถที่บ่มเพาะ …บทบาทใหม่

เดือนมีนาคม 2551 เป็นวันครบรอบทำงาน 13 ปี ภาษาทั่วไปเรียกว่าเป็นอาถรรพ์ แต่ในมุมของเรา เรียกว่า การอิ่มตัว เราเริ่มไม่ค่อยมีความสุขในการทำงานที่มากมายหลายตำแหน่ง รู้สึกได้ถึง อาการอิ่ม! ไม่มีตำแหน่งหรืองานใดที่จะท้าทายอีกแล้ว พฤติกรรมการแก้ไขปัญหา หรือการทำงานมันเริ่มซ้ำๆ ผลลัพธ์ก็ซ้ำๆ ไม่มีสีสันอีกต่อไป บรรยากาศเริ่มไม่สนุก ตอนแรกก็โทษสิ่งแวดล้อม แต่พอนั่งแบบมีสติและปรึกษาผู้มีประสบการณ์ก็ได้คำตอบว่า ทุกสิ่งก็เป็นปกติ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือตัวเราเอง วันนั้นก็ไม่เข้าใจ เพราะเราคิดว่าเราทำดีที่สุด ไม่น่าเป็นเช่นนั้น แต่จริงๆแล้ว ตัวเราเริ่มเปลี่ยนแปลง จึงสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบข้าง ปกติเราสนุกกับการทำงานจึงมองไม่เห็นปัญหาคิดว่าเป็นแบบฝึกหัดที่แก้ได้ก็รู้สึกว่าท้าทาย อยากได้โจทย์ยากขึ้นไปเรื่อยๆ แต่วันนี้เราไม่อยากทำแบบฝึกหัดซ้ำๆเดิมอีกแล้ว จึงเริ่มรู้สึกรับรู้การเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราเป็นผู้เปลี่ยนแปลงความเชื่อ ความรู้สึก ผลคือการกระทำของเราจึงเปลี่ยนไป เช่นกัน

สุณิชชา

เดือนพฤศจิกายน 2549 ครบรอบการอบรมลูกค้าต่างจังหวัดระดับเจ้าของ เป็นประจำทุกปีที่มีการจัดอบรมแถลงนโยบาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานร่วมกัน เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานให้สอดคล้องกันกับบริษัทใหญ่ที่กรุงเทพและตัวแทนจำหน่าย เป็นครั้งแรกที่ได้รับหน้าที่ไปบรรยายในเรื่องการทำงานเทเล มาร์เก็ตติ้งอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มยอดขายให้กับองค์กร ตื่นเต้นมากมาย ซ้อมเยอะมาก อ่านหนังสือเพื่อเสริมมุขการเป็นวิทยากร หาบทความ คำกลอนตามหนังสือบอกว่าเป็นเทคนิคขั้นสุดยอด แต่เมื่อยืนอยู่บนเวที ก็พูดได้แต่ใน 2 ชั่วโมงสมองไม่ทำงานค่ะพูดอย่างเดียว ตื่นเต้นขาสั่น เสียงสั่นตลอดเวลา ภูมิใจมากที่สามารถพูดได้จนจบไม่ตกลงมาตายข้างเวที แต่ถามหาเนื้อหาสาระที่พูดไปนั้น ตอบได้คำเดียวค่ะ ว่าจำไม่ได้ ว่าพูดอะไรไปบ้าง

เดือนมิถุนายน 2546 ติดใจรสชาติความสำเร็จที่หอมหวาน เริ่มรับงานอีกเป็นการสร้างทีมงานใหม่ คือ การสร้างทีมเทเลมาร์เก็ตติ้งที่เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายการตลาด แต่ช่วยสนับสนุนให้ทีมงานขายเพิ่มลูกค้าใหม่ให้มากขึ้นและทำ CRM กับลูกค้าเก่าด้วยแผนสนับสนุนจากทีมธุรการที่ทำงานเชิงรับ ขยับไปทำงานเชิงรุก ทำไปงงไป น้องๆก็เบื่อ เซ็ง พร้อมทั้งร้องไห้กันไม่เว้นแต่ละวัน เรามีสิ่งเดียวที่ช่วยน้องได้คือ กำลังใจที่เชื่อมั่นว่าทุกอย่างต้องผ่านไปได้ดีหากเราสู้พร้อมเดินไปด้วยกัน ฝันพิชิตเป้าหมายไปเที่ยวต่างประเทศฟรี เหมือนธุรกิจ MLM เขาทำกัน จึงทำเรื่องไปขออนุมัติให้ทีมน้องใหม่ด้วยใจที่กล้าหาญ แต่แอบหวั่นๆ เล็กน้อย สิ่งหนึ่งที่คิดคือ ไม่ได้ก็ไม่เสียอะไรนี่นา ผลสรุปคือทุกคนร่วมมือกันทำได้ เยี่ยมยอดที่สุด เป็นโครงการจัดพาน้องๆระดับพนักงานนั่งเครื่องบินไปเที่ยวประเทศฮ่องกงได้ครั้งแรกของบริษัท ด้วยความภาคภูมิใจ และมีความสุขที่สุด ในชีวิตการทำงาน

เดือนสิงหาคม 2543 ได้ทำงานร่วมกับทีมขายในการสร้างทีมพนักงานขายประจำจุดขาย (PC) เพื่อช่วยร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย เริ่มต้นที่การสร้างคอนเซ็ป และวางระบบงาน สัมภาษณ์พนักงาน เพื่อเป็นทีมทหารราบจู่โจม ณ พื้นที่ขาย ในฐานะพนักงานของเรา รุ่นแรกนี้มี 2 คน รุ่น 2 อีก 6 คน ทำงานกันแบบรู้ลึกทุกเรื่อง ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจทีมงาน ผสานงานทุกรูปแบบ สร้างขวัญกำลังใจกันทุกเทคนิคที่พอจะศึกษาได้ ผลงานเป็นที่น่าพอใจ เริ่มมียอดขายออกจากหน้าร้าน น้องทำกิจกรรมเป็น รู้ข้อมูลจุดขาย ทำให้เราพัฒนากลยุทธ์ในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม คนใช้งานรู้จักสินค้า ตัวแทนจำหน่ายสินค้าออกดี พนักงานขายเรามีความสุข ทุกกิจกรรมขององค์กรบรรลุเป้าหมาย ทีมงานเรามีผลงาน พูดได้เลยว่า win:win :win

เดือนพฤษภาคม 2543 เป็นการประชุมรวมของทีมการตลาดและขายนอกสถาน ที่ ณ ร้านอาหารนาทอง มีหัวข้อหนึ่งที่ทุกคนต้องตอบคำถาม ว่าอยากเป็นอะไร? ทุกคนตอบความคิดเห็น ความฝันมาเรื่อยๆ จนใกล้ถึงเราก็ตื่นเต้นจะตอบอย่างไรกันดีนี่ คำถามดังขึ้นว่า แล้วเรียนล่ะ ฝันอยากเป็นอะไร นะจังงัง ตอบไปว่า อยากเป็นเหมือนพี่ปกรณ์ค่ะ แล้วเหตุการณ์นั้นก็ผ่านไป การคุยและรับประทานอาหารก็ดำเนินกันต่อจนแยกย้ายกลับบ้าน

เดือนตุลาคม 2542 เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ตื่นเต้น มีผู้ใหญ่แปลกหน้าท่านหนึ่งเข้ามาที่บริษัทในห้องประชุมทีมงานขายทั้งหมด ผู้บริหารท่านนั้นได้ข่าวมาว่าจะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาบริหารงานด้านงานการตลาดและงานขาย จากการนั่งร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตการณ์ รู้สึกเครียดมาก เพราะคำถามหลายๆคำถาม พี่ทีมขายของเราตอบไม่ได้ หรือตอบได้ก็ถูกตีตกไปอย่างราบคาบ นึกในใจ เก่งมาจากไหนกันถึงต้องทำให้คนอื่นเสียใจ หน้าแตกได้ขนาดนี้ แต่แอบทึ่งว่าทำได้อย่างไรเราชอบจังแต่วิธีการแบบนี้เยอะไปหรือเปล่า และแล้วไม่ทราบว่าโชคร้ายหรือโชคดี เราเป็นคนที่ต้องทำงานร่วมกับบุคคลท่านนั้น ทำงานกันมาได้ประมาณปีกว่า รู้สึกได้ว่าเหนื่อยมาก มีอะไรใหม่ๆ มากมายที่ต้องทำเพิ่ม ด้วยหลักการและเหตุผลก็ฟังดูดี ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ หรือขัดแย้ง เริ่มมีความรู้สึกว่านี่แหละคือต้นแบบของเราแบบจางๆ เหมือนการลากเส้นบางๆ ในการเริ่มวาดเขียนรูปต่างๆในวิชาศิลปะ ในตำแหน่งฝ่ายการตลาดควบกับเลขาผู้บริหารฝ่ายขาย

สุณิชชา

เดือนสิงหาคม 2540 เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตการทำงานเกิดขึ้นอีกครั้ง องค์กรมีการปรับเปลี่ยนผังการทำงาน เราเป็นเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ต้องเข้าร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารในฐานะหัวหน้างานที่อายุน้อยที่สุด ตื่นเต้น กังวล สลับไปมา แต่สุดท้ายก็ทำได้ดีมาก ได้รับคำชมจากพี่ๆที่ร่วมงาน เฮ้อผ่านไปอีกหนึ่งประสบการณ์ที่มีความสุข

เดือนธันวาคม 2538 เป็นความภาคภูมิใจอีกขึ้นที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งจะรู้สึกได้คืองานเลี้ยงของบริษัท มีการประกาศรางวัลพนักงานดีเด่นซึ่งเกินความคาดหวังมีชื่อ สุณิชชา เข้าชิงชัย ผลคือ ได้รับรางวัลมนุษยสัมพันธ์ดีเด่นอันดับ 1 : รางวัลคือนาฬิกาสวยมาก เราจึงเชื่อมั่นว่าเป็นนาฬิกาแห่งชีวิตการทำงานที่เริ่มขึ้นและเดินทางไม่หยุดยั้งแม้เข็มนาฬิกาจะผ่านเลข 1-12 นับล้านๆ ครั้ง เช่นกันการพัฒนาตนเองก็ไม่สามารถหยุดได้ ดังเช่นเข็มนาฬิกา เช้าวันที่ 9 มีนาคม 2538 เริ่มทำงานวันแรกรู้สึกตื่นเต้นมาก ได้ทำงานในตำแหน่งธุรการฝ่ายขาย ไม่ทราบว่าต้องทำอะไรบ้างแต่อยู่กับทีมที่ต้องขายสินค้าเพื่อหารายได้ให้กับองค์กร หยิบจับอะไรก็ไม่ถูก คอมพิวเตอร์ ปริ้นท์เตอร์ เคยใช้แต่ของโรงเรียนที่นั่งเรียน 3 คนต่อ 1 เครื่อง จึงกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะทำของเขาเสียหายหรือไม่ แล้วก็ฮึดสู้ ลงมือทำงานจนสำเร็จตามที่หัวหน้าสั่ง มุ่งมั่นศึกษางานไม่หวั่นแม้ดึกดื่น เป้าหมายคือต้องเรียนรู้งานให้เร็วที่สุด เพื่อสนับสนุนให้พี่ๆนักขายทำงานได้อย่างสะดวก

เช้าวันที่ 3 มีนาคม 2538 มีจดหมายจากบริษัทแห่งหนึ่งเรียกไปสัมภาษณ์งานที่กรุงเทพ เราเปิดอ่านรู้สึกหัวใจพองโตมาก แต่แล้วก็แอบเศร้าเพราะเรายังสอบไม่เสร็จเลย จึงจดเบอร์โทรไว้แล้ววิ่งไปตู้โทรศัพท์เพื่อแจ้งว่าขอ อีก 3 วันนะค่ะเพราะว่ากำลังสอบ แล้วความภูมิใจก็เกิดขึ้นครั้งแรกว่าเขายอมตกลงรอเราอีก 3 วันจึงนัดเพื่อน 3 คนเดินทางเข้าสู่กรุงเทพ เพื่อสมัครและสัมภาษณ์งาน ขณะนั่งรออยู่รู้สึกตื่นเต้นมาก แล้วการสัมภาษณ์ก็จบลงคำตอบคือ จะติดต่อกลับไป คืนนั้นนอนไม่หลับไม่ทราบเป็นเพราะแปลกที่หรือตื่นเต้น วันรุ่งขึ้นก็ได้รับข่าวดีว่าให้เริ่มงานได้ในวันที่ 9 มีนาคม 2538
จากประสบการณ์ที่เริ่มวาดเส้นลางๆ ต่อเติมเรื่อยมา กับเวลาเกือบ 20 ปี วันนี้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เวลาที่เหลือเป็นการเติมสีสัน ตกแต่งให้เป็นภาพที่สวยงามในสไตล์ตัวเอง

สุณิชชา

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณครอบครัว เพื่อนๆทุกท่านที่ได้ร่วมอยู่ในประสบการณ์ดีๆตลอดมาพร้อมผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสมากมายที่ส่งเสริมเส้นทางการเป็นโค้ชสุณิชชาได้วันนี้ ผ่านสื่อนี้ขออนุญาตขอบคุณแบบเอ่ยนาม 3 ท่านดังนี้

ท่านแรกคุณ จันทร์เที่ยง วงศ์สด เป็นครอบครัวที่ให้ประสบการณ์ดำเนินชีวิตในโลกกว้างจากเด็กน้อยที่มีความตั้งใจมาศึกษาต่อในเมืองคนหนึ่ง ท่านเป็นผู้ปกครองดูแลและเป็นครูผู้สอนสิ่งใหม่ในการดำเนินชีวิตกับสังคม การมีความรับผิดชอบ พร้อมความอบอุ่นเป็นเวลา 5 ปีเต็ม สมัยเรียนอาชีวศึกษาระดับ ปวช.-ปวส.ที่อุตรดิตถ์ ด้วยความนับถือกันเป็นคุณแม่อีกท่านนึง จึงยังสามารถปรึกษากันได้ทุกเรื่องถึงปัจจุบัน

ท่านที่สอง คุณจักรกฤษณ์ เชิดชูวงศ์สันติ เป็นผู้ที่ให้โอกาสในการแสดงฝีมือในทุกเรื่อง ตั้งแต่เริ่มต้นเข้ากรุงเทพ กับการ เริ่มงานวันแรก วันที่ 9 มีนาคมปี 2538 จวบจนปัจจุบัน เป็นผู้ที่ชอบสร้างโจทย์อันท้าทาย มีเวทีในการฝึกฝนให้อย่างต่อเนื่อง 10 กว่าปีที่รู้จักและทำงานร่วมงาน สิ่งที่เด็ดสุดคือมีความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้กับอุปสรรค เชื่อว่า ทุกอย่างสามารถทำได้

ท่านสุดท้าย อาจารย์ปกรณ์ วงศ์รัตนพิบูลย์์ เป็นผู้สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ เป็นผู้ที่สร้างให้เราสามารถตัดสินใจ และเลือกทำในสิ่งที่ชอบด้วยตัวเอง อย่างเชื่อมั่น เป็นพี่เลี้ยงที่มีความอดทนสูงมาก ใจเย็นกับการสร้างคน มีเทคนิคหลากหลาย เน้นให้มีสไตล์ของตนเอง ด้วยการค้นหาตัวเอง กับโปรแกรมการฝึกฝนที่ออกแบบมาจากประสบการณ์ตรง ทำให้ โค้ชสุณิชชา คนนี้มีใจรักในงานถ่ายทอดประสบการณ์ ด้วยสไตล์ของตนเอง อิสระทางความคิด สนับสนุนทุกเรื่อง เช่น วัตถุดิบ เวที แรงจูงใจ และ รูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย …. ที่ยั่งยืนด้วยตัวเอง

 
 
sunitcha
絵
絵
 
 
 
 
 
 
 
 
sunitcha